สาขาดุริยางคศิลป์ไทย

ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ คณะศิลปกรรมศาสตร์เปิดทำการเรียนการสอนเป็นคณะลำดับที่ ๑๕ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทยเปิดทำการเรียนการสอนมาพร้อมกับ การเปิดคณะศิลปกรรมศาสตร์ โดยในเวลานั้นมีเพียง ๒ ภาควิชาได้แก่ภาควิชาทัศนศิลป์และดุริยางคศิลป์ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๘ คณะเปิดทำการเรียนการสอนภาควิชานฤมิตศิลป์ และปีพ.ศ. ๒๕๓๑ เปิดทำการเรียนการสอนภาควิชานาฏยศิลป์ต่อมาตามลำดับครบเป็น ๔ ภาควิชา

สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย เปิดทำการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีภายใต้ชื่อหลักสูตร ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางค์ไทย (ศป.บ) ทำการเรียนการสอน ๑๓๕ หน่วยกิต เปิดรับนิสิตปีละ ๑๕ คน ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแสวงหาในวิชาดุริยางคศิลป์ไทย เพื่อสืบทอดและสร้างสรรค์วัฒนธรรมด้านดนตรีของชาติ ผู้ที่สำเร็จการศึกษา ในหลักสูตรนี้จะเป็นผู้มีความสามารถในด้านทักษะ การวิจัย มีความสามารถในการพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการทางดุริยางคศิลป์ไทยได้อย่างแท้จริง สามารถประกอบอาชีพเป็นศิลปิน นักวิชาการ นักวิจัยทางดุริยางคศิลป์ไทย นักวิชาชีพอิสระ ทำงานในหน่วยงานของรัฐบาล เอกชน สถาบันระดับอุดมศึกษาได้เป็นอย่างดี ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๓๗ สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทยเปิดทำการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทหรือปริญญามหาบัณฑิต โดยเปิดเป็นภาคปกติ และปีพ.ศ. ๒๕๔๕ เปิดรับนิสิตภาคนอกเวลาราชการ ภายใต้ชื่อหลักสูตร ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางค์ไทย (ศศ.ม) ผู้สำเร็จการศึกษาจะมีความสามารถในการวิเคราะห์ วิจัย และประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นส่วนใหญ่ เป็นผู้ที่มีความรู้ด้านศิลปกรรมและการวิจัยอย่างลึกซึ้ง เป็นผู้มีความสามารถในการวางแบบแผนทางดุริยางคศิลป์ไทยและพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมแห่งความมีอารยะ ด้วยศิลปวัฒนธรรมซึ่งจะทำให้เกิดความเข้มแข็งทางศิลปะในประเทศได้เป็นอย่างดีและในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย ร่วมกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นแขนงวิชาหนึ่ง ในการศึกษาระดับปริญญาเอกภายใต้ชื่อหลักสูตร ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศป.ด) โดยมีนิสิตที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทยแล้วจำนวน ๙ คน ปัจจุบันสาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทยมีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง โดยคณาจารย์ประจำได้รับเกียรติให้ทำงานสำคัญในวงการดนตรีไทยไม่ว่าการได้รับเชิญเป็นวิทยากรทั้งด้านทักษะและด้าน วิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับเชิญเป็นประธานและกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทยของสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีนักศึกษา นักวิจัย อาจารย์จากมหาวิทยาลัย ในต่างประเทศเดินทางมาแลกเปลี่ยนกับสาขาวิชาฯอย่างต่อเนื่อง คณาจารย์ประจำมีการดำเนินการวิจัยกันมาอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็งมามากกว่า ๑๓ ปี โดยดำเนินการวิจัยในลักษณะ “ชุดวิจัย” สาขาวิชาฯ จัดตั้งหน่วยวิจัยวัฒนธรรมดนตรีไทย (RU) และปัจจุบันสามารถพัฒนาเป็นศูนย์เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมดนตรีไทย (CE) นอกจากนี้ยังมีศูนย์ Urban Research Plaza (URP) ซึ่งเป็นความร่วมมือร่วมกับ Osaka City University ประเทศญี่ปุ่นในการดำเนินการวิจัยและการจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า ๑๐ ปี คณาจารย์ผลิตหนังสือ ตำรา ตีพิมพ์บทความในฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับทั้งระดับชาติและนานาชาติ จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติในวาระต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องและในปี ๒๕๖๒ สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย นำโดยศาสตราจารย์ ดร.บุษกร บิณฑสันต์ จะจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพในนามประเทศไทยจัดประชุมทางวิชาการ 45 th International council for Traditional Music (ICTM) 2019 นับเป็นการประกาศศักยภาพทางวิชาการที่เข้มแข็งให้ประจักษ์ระดับชาติและนานาชาติ นอกจากนี้สาขาวิชายังมีกิจกรรมในรายวิชาต่าง ๆ อีกมากมายที่จะเป็นส่วนสร้างให้นิสิตมีความเข้มแข็งทางวิชาการดุริยางคศิลป์ไทย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินโครงการพิธีกรรมไหว้ครูดนตรีไทย โครงการทัศนศึกษาบ้านช่างทำเครื่องดนตรีไทยในแหล่งต่าง ๆ โครงการสัมมนาทางดุริยางคศิลป์ไทย โครงการบริหารจัดการแสดงดนตรี โครงการ CU ASEAN โครงการบ่มเพาะยุวศิลปิน นาฏยศิลป์ – ดนตรีไทย เมืองน่าน โครงการไหว้ครูดนตรีไทยจังหวัดน่าน โครงการเพาะกล้าดนตรีไทยเมืองเพชรบูรณ์ โครงการปลูกป่าไม้ดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ จังหวัดสระบุรี โครงการจัดการแสดงปริญญานิพนธ์ทางดุริยางคศิลป์

โครงการแลกเปลี่ยนนิสิตในต่างประเทศระดับปริญญาบัณฑิต อาทิ โครงการ AUN – AYCF แห่งประเทศไทยดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โครงการเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีไทย ณ เมืองยูนเชง ประเทศจีน โครงการเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีไทย ณ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โครงการของนิสิตระดับมหาบัณฑิตได้แก่ โครงการเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีไทย ในต่างประเทศซึ่งดำเนินการปีละ ๑ ครั้ง โครงการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ดนตรีไทย ณ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดชลบุรี เป็นต้น สาขาวิชาฯยังดำเนินโครงการบริการวิชาการอื่น ๆ เช่น โครงการจุฬาพาเพลิน โครงการจัดการแสดงดนตรีไทยพร้อมจัดทำหนังสือและนิทรรศการร่วมกับสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมแห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยเป็นการสืบทอดผลงานครูดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงในอดีต เช่น โครงการ ๑๑๐ ปีคุณครูละเมียด จิตตเสวี โครงการเชิดชู ๖ ครูกลอง โครงการรำลึกดูรยศิลปิน : หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) โครงการจัดการแสดงรายการจุฬาวาทิต การบรรเลงดนตรีไทยสำหรับประชาชน จัดโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และการจัดแสดงดนตรีให้กับ หน่วยงานต่างๆ ที่ขอความร่วมมือมายังสาขาวิชาอีกเป็นจำนวนมาก

สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความภาคภูมิใจในการผลิตบัณฑิตทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอกออกรับใช้สังคมด้วยความมุ่งมั่น สร้างความเข้มแข็งทางวิชาการทางดุริยางคศิลป์ไทยแบบรอบด้านเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการนำมหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับโลก การเป็นองค์กรแห่งปัญญาที่มีความเป็นเลิศด้านการวิจัย มีความสามารถผลิตบัณฑิตที่เป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของประเทศและของโลก การเป็นมหาวิทยาลัยที่มีระบบ การบริหารจัดการที่คล่องตัว กระชับ รวดเร็ว มีเสถียรภาพทางการเงิน เป็นบ้านอันอบอุ่นของคนดี คนเก่งและมีความรับผิดชอบต่อสังคมนั่นเอง

 

Thai Music

The Faculty of Fine and Applied Arts was founded in 1983 as the fifteenth faculty at Chulalongkorn University. The Departments of Music and Department of Visual Arts were the two inaugural departments. The two departments were first established along with the opening of the Faculty. Later in 1985 the Department of Creative Arts was formed, then the Department of Dance became ready for operation in 1988. Today, the Faculty of Fine and Applied Arts runs full steam with four departments: visual arts, music, creative arts, and dance.

Thai Music Division Undergraduate program offers a Bachelor of Fine and Applied Arts degree in Thai Classical Music. Students are required to undertake 135 credits to qualify for graduation. Fifteen student places are offered each year. The program aims to produce graduates whom are equipped with creativity, skillful abilities, and enthusiasm to strive on a journey of self- endeavor. As well as individual polishing, and lifelong learning in art and culture, especially Thai classical music, undergraduates are trained to realize their true artistic and academic potential in Thai music. The Thai Music Division provides professional training to graduates in order to qualify as performing artists, academic scholars, and researchers in Thai music as well as careers in government agencies, non-government organizations and educational institutions.

In 1996, the Division of Thai Classical Music launched a Master’s degree program in Thai music. In 2002, the program expanded the places offered for part-time students to enroll on evening degree program, in order to accommodate the needs of employed graduates with daytime jobs. The MA program grooms the abilities of analytical mindset to prepare candidates in becoming the new generation of researchers. Candidates will be trained to initiate and execute their own research projects, as well as gaining insight into rigorous academic demands within higher educational institutions.

In 2008, Thai Music Division together with the Faculty of Fine and Applied Arts offered a professional doctorate degree under the degree title Doctor of Fine and Applied Arts (DFA.) At present, 9 doctorates have completed this degree in Thai classical music.

The Thai Music Division continues to make strong and steady progress. Several division members regularly contribute to national projects within the Thai music circle. Many faculty members are serving on the national committee for Thai music competition, the chairman and judging committee of Thai music contest for various institutions across the country. The Division have always welcomed international exchange students, researchers, and visiting professors in linking with world-class universities to promote the culture shared learning.

Since 2006, the Thai Music Culture Research Unit (TMCRU) was established at the faculty to regularly conduct research projects. As a result of continuous growth and success, the TMCRU was awarded a status upgrade to a higher, Center of Excellence as a Center for Musical Culture Thai (CE.) Since over 15 years ago, the Thai Music Division has also hosted the Urban Research Plaza (URP) center, which is a collaboration with Osaka City University in Japan to conduct research and exchange scholars, students, and researchers. The URP co-organizes an international conference every year at Chulalongkorn University.

Division members have produced numerous textbooks, published articles in academic databases that are peer reviewed both nationally and internationally. The Thai Music Division, led by Professor Dr. Bussakorn Binson, will host a world conference on International Council for Traditional Music at ChulalongkornUniversity in 2019. As the first time in Thai history, organizing the 45th International Council for Traditional Music (ICTM) 2019, which is the global founder within academic fields of traditional music.

In addition, the program also has been socially engaged with many activities such as CU ASEAN Project, the Young Artists Camp in Thai Music and Dance Art Project for Nan City, the Pay Homage to Thai music teachers Project in Nan City, the Thai musical seedling project in Phetchabun, the Forest for Thai Music Project in Saraburi province.

International program on Thai music for student exchange began in 2014, for example, AUN Project – AYCF of Thailand, has operated continuously every year. Other international annual performances organized by Thai Music Division include The Concert Project for Thai music culture in Yun Cheng, China; the concert project for Thai music culture in Hokkaido, Japan. Students are also encouraged to take a field trip with our lecturers annually. This special feature of field trip is part of graduate studies and each candidate is responsible for a project to investigate the historical evidences of Thai music history in areas such as Amphawa district, Samut Songkhram province and Chonburi province.

The Division also provides other academic services such as organizing Thai music concerts, preparing booklets and exhibitions together with the Chulalongkorn University’s Office of Arts and Culture. An annual concert is offered at Chulalongkorn University to commemorate great masters of Thai classical music such as the celebration of 110-year-old LamiadChittasawi; the glorifying drum masters project; Remembrance Project of Luang Phiroh Sieng Soh (Oun Du Raya Chiwin). Thai Music Division at Faculty of Fine and Applied Arts Chulalongkorn University proudly balances both aspects of world-class academic strength and virtues of Thai classical music within contexts of global knowledge.